สยบดราม่า

สยบดราม่า  กลายเป็นประเด็นที่คนไม่ใช่น้อยออกมาวิจารณ์การกระทำของ “ไดนาไมต์” ดาเนี่ยล ดูบอยส์ หมัดดาวรุ่งหมัดหนักคนอังกฤษ

สยบดราม่า ที่ตกลงใจย่อเข่าขอยอมยกธงขาวให้กับ โจ หน้าจอยซ์ คู่ต่อยในชูที่ 10 ของการต่อย ที่สังเวียน ครัช เฮาส์, เวสต์มินสเตอร์, อังกฤษ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 30 เดือนพฤศจิกายน ก่อนหน้านี้

สยบดราม่า

โดยการยอมแพ้ในไฟต์ดังกล่าวทำให้สถิติสุดสวยหรูชนะรวด 15 ครั้ง ของเจ้าตัวลงโดยทันที ต้นเหตุก็เพราะได้รับบาดเจ็บหนักที่ตาซ้ายถึงขนาดบวมปิด ข้างหลังโดนหมัดแย็บขวาของคู่ต่อยเกือบจะตลอดการต่อย ซึ่งถ้าหากฝ่าฝืนต่อยถัดไปอาจทำให้อนาคตในวงการมวยจะต้องจบลง ข่าวมวย ออนไลน์

แต่มีเสียงวิภาควิจารณ์มากมายถึงตัวของหมัดวัย 23 ปี ว่าเป็นพวกนักต่อยดวงใจไม่สู้ ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็น ดิลเลี่ยน ไวท์ หมัดรุ่นพี่ที่ออกมาจวกยับว่า “มองเห็นกันแล้วใช่มั้ยว่า ไอ้หมอนี่มันขี้ขลาดขนาดไหน พบเพียงนี้ถึงกับยอม”

ซึ่งปัจจุบัน แอนโธนี่ โจชัว หมัดชาวอังกฤษ แชมป์โลกรุ่นเฮฟวี่เวต 4 สถาบัน (IBO, WBO, WBA และก็ IBF) ได้ออกมาคุ้มครองปกป้องนักต่อยรุ่นน้องว่าเป็นการตกลงใจที่ถูกแล้ว “ถ้าเขาต้องการโทรศัพท์หาใครบางคน ขอให้นึกถึงผม มันเป็นเรื่องง่ายที่จะวิภาควิจารณ์การตัดสินใจของบุคคลอื่นนอกสังเวียน”

“แต่ว่าถ้าหากถามผมที่ผ่านสังเวียนมามากมาย ผมมีความคิดว่าเขาทำถูกแล้วนะ เพราะเหตุว่ามันเสี่ยงมากมายที่จะจำเป็นต้องสู้กับ โจ หน้าจอยซ์ นักต่อยสไตล์มวยสมัครเล่นลำดับต้นๆของประเทศ ที่ออกหมัดแย็บได้ตรงเป้าสม่ำเสมอ” แชมป์โลกรุ่นยักษ์กล่าว

สำหรับ “ไดนาไมต์” ดาเนี่ยล ดูบอยส์ ได้รับการเฝ้ามองว่าจะก้าวขึ้นมาเป็นซูเปอร์สตาร์ในแวดวงหมัดรุ่นยักษ์ ข้างหลังเจ้าตัวมีสไตล์การต่อยที่ดุเดือดเสมือน “มฤตยูดํา” ไมค์ ไทสัน สมัยก่อนตำนานแวดวงหมัดโลก อย่างไรก็แล้วแต่ไฟต์นี้ทำให้เจ้าตัวจำเป็นต้องเสียสถิติแพ้เป็นครั้งแรกในชีวิต ข้างหลังปัดกวาดชัยมารวด 15 ครั้ง

สยบดราม่า

แอนดี้ รุยซ์ จูเนียร์ นักต่อยชาวอเมริกันเชื้อสายเม็กซิกันผู้ครอบครองน้ำหนักตัว 122 กก. สามารถเอาชนะ แอนโธนี่ โจชัว แชมป์โลกเฮฟวี่เวท 4 สถาบัน WBA, IBF, WBO, IBO ผู้ดีอังกฤษไปได้อย่างสุดช็อค แล้วก็สร้างความข้องใจว่าโดยความเป็นจริงแล้วมันกำเนิดอะไรขึ้นกันแน่ เมื่อรัฐบาลกานา

เพราะเหตุไรนักต่อยที่ไม่มีซิกแพ็คและก็ผูกกล้ามที่สวยกลับเอาชนะ 1 ในยอดมวยรุ่นยักษ์ของโลกเวลานี้ได้? และก็พวกเราจะอธิบายเคืองใจกันสำหรับเรื่องสุดมึนนี้

ข้อนี้จะต้องทำความเข้าใจใหม่เพราะว่ามวยสากลรุ่นเฮฟวี่เวทนั้นไม่มีน้ำหนักระบุ เมื่อมาแตะต้องรุ่นนี้แล้วคุณจะหนักเท่าใดก็ได้สุดแต่หัวใจคุณอยากได้ แต่ว่าสิ่งที่พวกเรารู้เรื่องมาตลอดว่าการมีน้ำหนักตัวเกินหรืออ้วนนั้นเป็นปัญหาในการเล่นกีฬา โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับมวยสากลที่ไม่มีผู้เล่นสำรอง และก็จำเป็นต้องเขยื้อนตลอดนั้นยิ่งแล้วกันไปใหญ่

อย่างไรก็ตาม รุยซ์ ไม่ใช่นักมวยอ้วนคนแรกที่โลกเคยมี โลกนี้มีนักมวยน้ำหนักเกินมาแล้วมากมายแล้วก็หลายรายก็เคยไปถึงแชมป์โลกเฮฟวี่เวทมาแล้วด้วย เช่นรุ่นก่อนๆอย่าง จอร์จ โฟร์แมน ที่เคยเปรียบเทียบรัศมี มูฮัมหมัด อาลี มาแล้ว, ริดดิค โบว์ ยิ่งกว่านั้นยังมี ไทสัน ฟิวรี่ นักต่อยรุ่นเฮฟวี่เวทผู้มีสถิติไม่มีพ่ายแพ้ในปัจจุบัน แถมยังเคยได้แชมป์โลกมาแล้ว ด้วยเหตุนั้นเรื่องของหุ่นบางครั้งก็อาจจะไม่ใช่สิ่งที่คุณเหยียดหยามพวกเขาได้เสียทีเดียว

ข้อเสียของนักมวยที่น้ำหนักเกินมาตรฐานรวมทั้งมีค่า Fat หรือไขมันเกินเกณฑ์ธรรมดาของนักมวย (10%คร่าวๆ) เป็นการไม่สามารถที่จะยืนระยะครบยกได้ เนื่องจากว่าอาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีอาการแรงตกลงไป แบบอย่างที่แจ่มชัดที่สุดเป็น เอริค อีสช์ ผู้ครอบครองสมญานาม “บัตเตอร์บีน” ที่ชนะมา 77 ไฟต์ ถึงแม้ว่ามีน้ำหนักตัวเกิน 190 กิโล แต่ว่าข้อด้อยของเขาเป็นการหายใจ

เพราะเหตุว่าข้อจำกัดของการน้ำหนักเกินนั้นทำให้เขายืนระยะได้แค่เพียง 4 ชูแค่นั้น ในช่วงเวลาที่ต่อจากนั้นก็แทบยอมแพ้ได้เลย ยิ่งไปกว่านี้น้ำหนักตัวที่มากเกินไปจะคือปัญหาสำหรับการหมุนบั้นท้ายเพื่อเพิ่มแรงเหวี่ยงอันมีผลต่อน้ำหนักของหมัดซึ่งนับว่าเป็นอาวุธประเภทเดียวในมวยสากลอีกด้วย รวมทั้งจำเป็นต้องทำความเข้าใจอีกว่า “Fat” นั้นไม่ใช่สิ่งที่เปลี่ยนมาเป็นพลังของหมัดโดยตรง

แต่การมีไขมันไม่ใช่เรื่องเลวร้ายสำหรับนักมวยแต่ว่ามันจะต้องมีข้อตกลงบ้างอย่าง คุณจำเป็นต้องทำความเข้าใจก่อนว่าคนอ้วนในระดับที่ขึ้นสังเวียนในเวทีเฮฟวี่เวทนั้นไม่เหมือนกับคนอ้วนที่เกิดจากาแขนรับประทานอาหารหรือดื่มมากเหลือเกิน

ไขมันนั้นมีสาระอยู่บ้างเพราะเหตุว่ามันเป็นสารอาหารสำหรับสมอง รวมทั้งช่วยทำให้ความชื้นแล้วก็ปกป้องเซลล์ภายในร่างกายที่บอบบาง แม้กระนั้นจำต้องไม่มากเกินไป และก็สิ่งจำเป็นที่สุดเป็นการผลิตพลังงานให้ทั่วร่างกาย ไม่ควรออกกำลังกายเฉพาะจุด ดังเช่นกีฬายกน้ำหนักเพียงอย่างเดียว

สิ่งจำเป็นของผู้ที่มีน้ำหนักตัวเยอะแยะและก็จะประยุกต์ใช้ให้มีคุณประโยชน์สำหรับในการชกมวยได้นั้นเป็นการเล่าเรียนที่จะระบายน้ำหนัก เพื่อส่งน้ำหนักส่วนต่างๆภายในร่างกายไปเพิ่มพลังที่หมัดของของคุณ

ดังเช่นการวางน้ำหนักไว้ที่เท้าหลังจะช่วยทำให้สามารถทำให้การเขยื้อนไปด้านหน้ามีพลังมากเพิ่มขึ้น แล้วก็มันยังใช้ได้กับทุกๆกีฬาอีกด้วย ซึ่งในส่วนนี้จำต้องใช้การฝึกหัดให้เคยชิน รวมทั้งมันจะก่อให้หมัดหนักขึ้นได้ ส่วนงานวิจัยที่รับรองว่าไขมันในท้องหรือที่ต่างๆภายในร่างกายที่มากเกินไปสามารถส่งผลต่อการเพิ่มพลังการต่อยได้โน่นยังไม่ปรากฎชัดเจนเท่าไรนัก

เหตุผลที่เป็นแบบนั้นเนื่องจากไขมันนั้นมีสถานะไม่ได้ต่างอะไรจากอะไรที่ยุ่ยๆไม่มีความแกร่งอะไรเลย ด้วยเหตุนั้นการมีกล้ามสามารถต่อต้านความร้ายแรงของการต่อยได้ดีกว่า เพราะว่ากล้าม 1 กิโลกรัม มีขนาดเล็กกว่าไขมันที่มีน้ำหนักเสมอกันถึง 5 เท่า ความกระชับรวมทั้งเเข็งแข็งของกล้ามทำเป็นดีกว่าอยู่เเล้ว

นอกเหนือจากนี้ยังมีงานวิจัยจากการทดลองโดยคนที่มีน้ำหนักเกิน ของ โอซาม่า ทาชานี่ ซึ่งบ่งชัดว่าการมีไขมันในร่างกายเยอะแยะมิได้ช่วยลดความเจ็บปวดลงอะไร แต่ยิ่งจะก่อให้ไวต่อความรู้สึกเจ็บมากยิ่งกว่าการมีกล้ามอีกด้วยซ้ำ

สรุปได้ว่าไขมันที่มากเหลือเกินเป็นภาระหน้าที่ต่อข้อต่อรวมทั้งชะลอการโต้ตอบ ยิ่งไปกว่านี้ยังมีผลให้ปวดเยอะขึ้นขณะที่เคลื่อน ไขมันดกเเน่นน้อยกว่ากล้าม และก็กล้ามนั้นนับว่าเป็นเครื่องมือคุ้มครองป้องกันตามธรรมชาติของร่างกายมนุษย์เลยทีเดียว

ก่อนไฟต์ดังกล่าวจะเริ่มขึ้น จังหวะชนะของ รุยซ์ นั้นแทบจะไม่เห็น เมื่อเทียบกับ โจชัว แล้วนับว่า รุยซ์ เป็นมวยรองแจ่มชัด เนื่องจาก โจชัว ต่อยชนะมารวด 22 ไฟต์และก็มีปริมาณถึง 21 ไฟต์ที่เขาชนะคู่ต่อยด้วยการส่งไปกองบนพื้นจนกระทั่งจำต้องเลิกการต่อย รวมทั้งแน่ๆเขาเคยเป็นเจ้าของเหรียญทองมวยสากลสมัครเล่นรุ่นเฮฟวี่เวทในโอลิมปิกปี 2012 อีกด้วย ที่สำคัญเรื่องของความโด่งดังฝีไม้ลายมือนั้นเซียนมวยทั่วทั้งโลกยังแน่ใจว่าไฟต์นี้ โจชัว กินนุ่ม แล้วก็จะเข้าไปออกศึก “ซูเปอร์ไฟต์” กับ ดีออนเต้ ไวลเดอร์ แชมป์ของสถาบัน WBC อย่างแน่แท้

แม้กระนั้นเมื่อเอาเข้าจริงอะไรมันก็ไม่ง่ายอย่างที่คิด ขึ้นชื่อว่ากีฬาเมื่ออยู่ในสนามแล้วอะไรก็เกิดขึ้นได้ จากที่ โจชัว เหนือกว่าตามหน้าเสื่อ เปลี่ยนไปเป็นว่ามวยรองบ่อนอย่าง รุยซ์ กลับเดินหน้าดักต่อยดักผลาญแชมป์ไม่มีแพ้จากอังกฤษอย่างเหนือชั้น นี่ไม่ใช่การฟลุ๊กแต่ว่ามันเป็นการแสดงให้มีความคิดเห็นว่านักต่อยร่างท้วมชาวเม็กซิกันเหนือกว่าอย่างแท้จริง

จะฟลุ๊กหรือไม่เดี๋ยวนี้อาจจะไม่ต้องถามกันแล้ว แนวทางการทำให้โจชัวโดนถึง 4 นับ เป็นสิ่งที่ยังไม่เคยมีนักต่อยใครบนโลกนี้ทำเป็น แม้กระทั้ง โจชัว ก็ยอมสิโรราบแต่ว่าโดยดี ไม่มีข้ออ้าง เขาสารภาพว่า รุยซ์ เหนือกว่าจริงๆเขากล่าวสั้นๆว่า “ผมถูกนักต่อยที่ดีมากกว่าเอาชนะ” นี่เป็นสิ่งที่การันตีได้อย่างดีเยี่ยม

“ผมแปลงวิถึชีวิตไปหลายประเภทมากมาย ผมอดอาหารอาหารจานด่วนหรืออาหารราคาไม่แพงที่ไร้ค่าทางโภชนาการเลย ไม่เลยแม้กระทั้งเมนูเดียว” เขาเล่าถึงการเริ่มต้นเพื่อความพร้อมสำหรับแชมป์โลก “มีคนพูดว่าแม้กระทั่งคุณฝึกฝนหนักแบบเอาเป็นเอาตายขนาดไหนแต่ว่าถ้าเกิดยังไม่เลิกรับประทานของไม่ดีๆการซ้อมของคุณจะปราศจากความหมายเลยแม้แต่น้อย”

เรื่องของการฝึกนับว่าเป็นอีกหัวข้อที่น่าแปลกใจ เนื่องจาก รุยซ์ เองมีประสบการณ์ชกมวยมาตั้งแต่ 6 ขวบ โดยเริ่มจากที่เขามีนิสัยไฮเปอร์ไม่อยู่สุขก็เลยทำให้พ่อไปฝากไว้กับค่ายฝึกมวยใน ซานตา อาจารย์ซ ตั้งแต่เด็ก แล้วก็เหตุผลที่เขามีเชิงชั้นต่อยที่ไม่ธรรมดาจนกระทั่งขั้นเอา โจชัว ลงไปนับได้ถึง 4 ครั้งโน่นอาจจะเป็นด้วยเหตุว่า รุยซ์ มีกระดูกมวยที่แข็งพอสมควร

เนื่องจากว่าเจ้าตัวเป็นเด็กอ้วนมาตั้งแต่เด็กด้วยเหตุนี้เด็กในรุ่นเดียวกันก็เลยไม่มีผู้ใดทำน้ำหนักตัวต่อยกับเขาได้ เขาก็เลยจำต้องไปต่อยกับคนแก่กว่าบ่อยๆเขากล่าวว่าในตอนแรกเขาสู้ไม่ได้เลยแล้วก็ร้องไห้บ่อย แต่ว่าเมื่อผ่านไประยะหนึ่งเขาปรับนิสัยได้รวมทั้งแล้วต่อจากนั้นก็เลยเปลี่ยนเป็นสถิติชนะ 105 ครั้งรวมทั้งแพ้เพียงแต่ 5 ครั้งดังที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น นอกจากนั้นสถิติในระดับอาชีพยังแพ้ไปเพียงแค่คราวเดียวเพียงแค่นั้น!

แค่นี้ยังไม่เพียงพอ รุยซ์ ยังเป็นลูกศิษย์ของ เฟร็ดดี้ โร้ช โคตรผู้ฝึกสอนของ แมนนี่ ขว้างเกียว ยอดนักต่อยแชมป์โลกชาวฟิลิปปินส์ รวมทั้งยังฝึกที่ ไวลด์ การ์ด ยิม อันเลื่องลือเหมือนกัน โน่นก็เลยเป็นต้นเหตุที่ว่าเพราะเหตุไรพวกเราก็เลยไม่เหมาะที่จะดูถูกเขาภายหลังมองเห็นรูปลักษณ์ภายนอก แต่เพียงอย่างเดียว

By admins